เตรียมพร้อมก่อนเดินทาง แจกทริคผ่านตม.เกาหลีแบบชิวๆ ✌️🇰🇷

จากกระแสอันร้อนแรง เสียงบ่นของนักท่องเที่ยวชาวไทยหลายๆคน ไม่เว้นแม้แต่ Youtuber , ศิลปินดาราก็ยังติด ตม. เกาหลี (ด่านตรวจคนเข้าเมืองของประเทศเกาหลี) ต้นเหตุที่ทำให้คนไทยเข้าประเทศเกาหลียากขึ้นนั้นมาจาก มีคนไทยจำนวนไม่น้อยที่ลักลอบเข้าไปทำงานยังประเทศเกาหลีใต้แบบผิดกฎหมาย ทำให้หลายคนที่เดินทางไปเที่ยวที่ประเทศเกาหลีใต้กลับต้องโดนร่างแหติดตม.เกาหลีไปกับเขาด้วย ใครที่วางแผนจะไปเที่ยวเกาหลีต่างก็มีความกังวลในเรื่องนี้กันทั้งนั้น

แต่..แต่..อย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้ การผ่าน ตม.เกาหลีไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด เราได้รวบรวมวิธีและประสบการณ์มาแชร์ให้เพื่อนๆที่วางแผนไปเที่ยวเกาหลีไว้แล้ว เซฟไปเป็นเทคนิคดีๆในการเตรียมตัวก่อนเข้าประเทศเกาหลีกันค่า 😘

1. ลงทะเบียน K-ETA ให้ครบถ้วน

การลงทะเบียน K-ETA จะใช้เพื่อคัดกรองนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางเข้ามาที่ประเทศเกาหลีใต้ เพื่อใช้ยืนยัน ว่าเพื่อนๆมีความพร้อมในการเข้าประเทศอย่างถูกกฎหมาย(บ่ได้เป็นผีน้อยแน่ๆ) ซึ่งเมื่อยื่นแล้วจะต้องรอผลให้อนุมัติด้วย โดยทำการลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.k-eta.go.kr หรือจะสมัครผ่านแอปพลิเคชัน K-ETA ก็ได้เช่นกันคร่า

ภายในเว็บไซต์จะมีรายละเอียดวิธีในการกรอกต่าง ๆ ไว้เรียบร้อย รวมถึงยังมีคลิปวิดีโอประกอบทุกขั้นตอน ซึ่งมีเอกสารที่ต้องใช้เพื่อเตรียมตัวก่อนลงทะเบียน ได้แก่

  • รูปหน้าแรกของ Passport ที่ไม่หมดอายุ เป็นไฟล์ .jpeg .jpg .pdf หรือ .bmp ขนาดไม่เกิน 300kb 
  • รูปถ่ายหน้าตรงแนวตั้ง เห็นหน้าชัดเจน ไม่สวมหมวก แว่นตา
  • ข้อมูลที่พักในเกาหลีใต้ ชื่อที่พัก ที่อยู่ของที่พัก และเบอร์ติดต่อ
  • บัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตสำหรับจ่ายค่าธรรมเนียม

2.ลงทะเบียน Q-CODE

ระหว่างรอการอนุมัติของ K-ETA เพื่อนๆ สามารถมาลงทะเบียน Q-Code (ก่อนเดินทางไม่เกิน 3 วัน และกรอกทุกครั้งที่ไปเกาหลี) เป็นการลงทะเบียนเพื่อขอยกเว้นการกักตัวที่ประเทศเกาหลี ซึ่งถ้าใครไม่สะดวกจะไปกรอกแบบฟอร์มบนเครื่องบินก็ได้ค่ะ สามารถลงทะเบียนได้ที่เว็บไซต์ cov19ent.kdca.go.kr โดยใช้เอกสารลงทะเบียน Q-Code ได้แก่ 

  • ข้อมูล Passport ของคนที่เดินทาง
  • Email และเบอร์ติดต่อของคนที่เดินทาง
  • ข้อมูลที่พักในเกาหลีใต้ ชื่อที่พัก ที่อยู่ของที่พัก และเบอร์ติดต่อ

การกรอก K-ETA นับเป็นเรื่องสำคัญสำหรับชาวต่างชาติ โดยไม่ต้องขอวีซ่า เพราะถ้าระบบ K-ETA ผ่าน สามารถบินด้วย K-ETA ได้เลย (สามารถใช้ได้ยาวถึง 2 ปีเลยนะค้า) และถ้าระบบไม่อนุมัติก็จำเป็นต้องยื่นขอวีซ่าแทน ทั้งนี้ ระยะเวลาในการพิจารณาจะอยู่ประมาณ 72 ชั่วโมง หรือมากกว่า ขึ้นอยู่กับจำนวนนักท่องเที่ยวในช่วงเวลานั้น ๆ ดังนั้นในทุก ๆ หน้าของการกรอกจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ควรตรวจสอบข้อมูลต่าง ๆ ให้ถูกต้องว่าสะกดถูกไหม ห้ามใส่ข้อมูลเท็จ และรูปภาพต่าง ๆ เหล่านี้มีผลต่อการพิจารณาทั้งสิ้น 

ป.ล. สำหรับคนที่ลงล่วงหน้ามาแล้ว เมื่อถึงก็สามารถยื่น QR code ให้เจ้าหน้าที่ได้เลย เป็นการประหยัดเวลาไปในตัว

3. ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ

การเดินทางท่องเที่ยวยังด่านตรวจคนเข้าเมือง สิ่งที่ทางตม.จะทำการตรวจเช็คเป็นอย่างแรกคือตั๋วเครื่องบิน หรือ บุ๊คกิ้งการจองตั๋วเครื่องบิน ทั้งขาไปและขากลับ เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันว่าคุณต้องการเดินทางเพื่อเข้ามาท่องเที่ยว และมีแผนเดินทางกลับประเทศอย่างแน่นอน

4. การจองที่พักและโรงแรม

เอกสารการจองที่พักและโรงแรม เป็นสิ่งสำคัญที่ทางตม.จะขอตรวจเช็คควบคู่กับตั๋วเครื่องบิน ควรเป็นการจองที่พักหรือโรงแรมที่มีการชำระเงินแล้วเรียบร้อย หลีกเลี่ยงการชำระเงิน ณ ที่พัก เพราะบางครั้งทางตม.อาจมองว่าคุณไม่ได้จะทำการเข้าพักยังที่พักแห่งนั้นจริง ๆ รวมถึงควรเป็นที่พักที่ตรงกับข้อมูลที่กรอกผ่านระบบ K-ETA หรือหากมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลหรือสถานที่พักควรเข้าไปแก้ไขในระบบ K-ETA ก่อนเดินทางด้วย เพราะหากสถานที่พักหรือโรงแรมที่พักไม่ตรงกับในระบบ อาจทำให้ทางด่านตรวจคนเข้าเมืองพิจารณาไม่ให้เดินทางเข้าประเทศได้ หรือหากมีการจองที่พักหลายที่หรือหลายเมืองควรเตรียมเอกสารที่พักโรงแรมมาให้ครบทุกที่ที่เดินทางไป

5. หนังสือรับรองการทำงาน

เอกสารรับรองการทำงาน เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญที่จะยืนยันการมาเที่ยวของเรา ว่าเราเป็นแค่นักท่องเที่ยวนะ มาเที่ยวแล้วก็จะกลับไปทำงานต่อ ทั้งนี้ควรใช้เอกสารเป็นภาษาอังกฤษเพื่อง่ายต่อการตรวจสอบค่า

6. การแต่งตัว

แว๊บแรกที่เจ้าหน้าที่จะมองเห็นและสังเกตได้ก็คือ การแต่งตัวของเรานั่นเอง ถือเป็นการตัดสินขั้นแรกแบบง่ายๆ เลยว่าเราจะผ่านหรือไม่ สำหรับการแต่งตัวขอให้ยึดความสุภาพ เรียบง่าย และแต่งตัวเตรียมพร้อมแบบนักท่องเที่ยวจริงๆ ผู้หญิงควรใส่ชุดที่ดูเรียบร้อย ทะมัดทะแมง ไม่โชว์เนื้อโชว์หนังและไม่แต่งหน้าจัดเกินไป ส่วนคุณผู้ชายก็แต่งตัวตามปกติ เสื้อยืด กางเกงขายาว อาจมีเสื้อคลุมสักตัว และสวมรองเท้าผ้าใบ เพื่อการเดินเที่ยวที่สะดวกและคล่องตัว

7. การตอบคำถาม

อันนี้ต้องใช้ความนิ่งนิดนึงเด้อ อย่าตื่นเต้นมากเกินไปในการตอบคำถาม เพราะคำถามส่วนใหญ่ที่ ตม.จะถามก็เป็นคำถามทั่วไป ไม่ได้ตอบยากมาก ถ้าฟังไม่ทันหรือไม่เข้าใจคำถาม ควรถาม ตม.ให้พูดอีกที (คือ Again please) คำตอบที่ควรหลีกเลี่ยงคือ “I don’t know” ไม่ควรตอบเป็นอันขาด ถึงฟังไม่เข้าใจจริงๆ ก็ควรจะพูดว่า I’m a tourist หรือ I’m here for sightseeing เพื่อเป็นการยืนยันว่าเรามาเที่ยวจริงๆ แต่หากใครพอฟังออกบ้างแล้วเตรียมคำตอบมา เทคนิคของเราก็คือ อย่าตอบเร็วหรือช้าเกินไป อย่าตอบเร็วเกินไป เพราะจะดูเหมือนเราท่องมา ท่องได้แต่ทำให้ดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด อย่าคิดนานหรือตอบช้าเกินไป เพราะจะทำให้เราดูไม่มั่นใจและอาจเสียคะแนนได้ สำหรับคำถามหลักๆ ที่ ตม.จะชอบถามก็คือ
● จุดประสงค์ของการมาเกาหลีคืออะไร
● จะพักอยู่ในเกาหลีกี่วัน
● มาประเทศเกาหลีกับใคร
● มีแพลนจะไปเที่ยวที่ไหนบ้าง ซึ่งในจุดนี้ อาจจะขอดูแผนการท่องเที่ยว เอกสารการจองที่พักและตั๋วเครื่องบินขากลับของเราด้วย
● ทำงานอะไร
● แลกเงินวอนมาเท่าไหร่

Daehankls